บทที่ 10 สุภาพบุรุษ

ลายลาที่กำลังสรวลเสเฮฮากับเหล่านางกำนัล ชะงักบทสนทนาลงทันที หล่อนจงใจกระแทกถ้วยชาในมือลงบนจานรองกระเบื้องเบาๆ จนเกิดเสียง กริ๊ก! ท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะตวัดสายตาที่ถูกกรีดอายไลเนอร์จนเฉี่ยวคมขึ้นมองใบหน้าของเชลยสาว

นัยน์ตาสีเข้มกวาดสำรวจชุดผ้าฝ้ายสีตุ่นเนื้อหยาบของมิราตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาสะอิดสะเอียน ยกพัดขนนกขึ้นปิดบังรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะเชิดหน้าเอ่ยขึ้นอย่างจองหอง

"มัวยืนชักช้าอยู่ทำไมกัน รินชาให้ฉันสิ!"

มิราเม้มริมฝีปากแน่น ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะเพื่อทำตามคำสั่งให้จบๆ ทว่าระหว่างที่เธอกำลังสาวเท้าเดินก้าวเข้าไป ลายลากลับลอบส่งซิกให้คนสนิทข้างกาย ก่อนจะตวัดปลายเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงหัวแหลมปรี๊ดประดับเพชรเม็ดโต ยื่นพรวดออกไปสกัดขาของมิราอย่างจงใจ

พลั่ก! เคร้งงง!!

ข้อเท้าของมิราสะดุดเข้ากับส้นรองเท้านั้นอย่างจัง ร่างบางเสียหลักถลาล้มลงกระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรง ถาดทองเหลืองหลุดจากมือ กาน้ำชาและจานกระเบื้องเคลือบแตกกระจายเกลื่อนพื้น น้ำชาร้อนจัดหกรดหลังมือและชายกระโปรงของเธอจนผิวเนื้อแดงเถือก

เสียงหัวเราะคิกคักและถ้อยคำซุบซิบนินทาดังระงมไปทั่วบริเวณ ลายลายกพัดขนนกขึ้นปิดบังรอยยิ้มเยาะเย้ย

มิรากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงร้องเจ็บปวด เธอช้อนสายตาขึ้นมองไปยังโต๊ะประธาน 

ชีคอาดิลที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาอยู่ จ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาพราวระยับไปด้วยความสะใจ กระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม ซ้ำยังยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับละครฉากโปรด

มิราจ้องเขม็งกลับด้วยสายตาแดงก่ำ

ทว่า ท่ามกลางความอัปยศนั้นเอง...

"เป็นอะไรหรือไม่?"

น้ำเสียงทุ้มละมุนอบอุ่นผิดแผกจากทุกคนในที่นี้ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของบุรุษแปลกหน้าที่ก้าวพรวดเข้ามาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างเชลยสาว 

เสียงหวีดร้องตกใจของเหล่าพี่เลี้ยงและนางกำนัลดังขึ้นทันที

"ฮาซิม! น้องไปจับต้องของสกปรกพรรค์นั้นทำไม!" ลายลาแผดเสียงแหลม ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ

มิราชะงักค้าง นัยน์ตากลมโตจดจ้องเสี้ยวหน้าคมคายของผู้มาใหม่

ชีคฮาซิม... น้องชายต่างแม่ของอาดิลน่ะเหรอ? 

ฮาซิมไม่สนใจเสียงร้องห้ามของลายลาหรือสายตาของใคร มือใหญ่ที่อบอุ่นยื่นมาช่วยดึงเศษกระเบื้องที่แตกกระจายออกให้พ้นทาง และเมื่อเห็นรอยลวกแดงบนหลังมือของมิรา เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น

"ท่านพี่ลายลา ท่านทำเกินไปแล้ว!" ฮาซิมหันไปตำหนิเจ้าหญิงด้วยน้ำเสียงขึงขัง ก่อนจะหันกลับมามองมิราด้วยแววตาอ่อนโยน "อย่าเพิ่งขยับเลย เดี๋ยวเศษแก้วจะบาดเอา ส่งมือเจ้ามาให้ข้าดูหน่อย"

สัมผัสที่ปลายนิ้วของฮาซิมแตะลงบนหลังมือเธออย่างแผ่วเบา ทำเอามิราน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

เพล้ง!

เสียงถ้วยชาคริสตัลในมือของชีคอาดิลถูกบีบจนแตกร้าวคามือ!

"ถอยออกไปให้ห่างจากน้องชายฉันเดี๋ยวนี้ มิรา!!"

เสียงตวาดกร้าวดังกึกก้องไปทั่วสวนพฤกษชาติ ทำเอาทุกคนสะดุ้งเฮือก

อาดิลก้าวฉับฝ่าวงล้อมแขกเหรื่อตรงดิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนนางกำนัลทั้งหลายต้องรีบถอยกรูดหลีกทางให้

หมับ!

มือแกร่งกระชากเข้าที่ต้นแขนของมิราอย่างแรง ร่างบางลอยหวือขึ้นจากพื้น ถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างของเขาทันที หญิงสาวนิ่วหน้า หวีดร้องด้วยความเจ็บร้าวที่กระดูก

"ท่านพี่อาดิล! นางบาดเจ็บ ข้าแค่..." ฮาซิมรีบลุกขึ้นอธิบาย

"อย่าไปหลงกลมารยาตื้นๆ ของผู้หญิงคนนี้ ฮาซิม!" อาดิลตวัดสายตาดุดันปรามน้องชาย ก่อนจะก้มลงมากดเสียงเหี้ยมชิดใบหูคนที่กำลังสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขน "คิดจะบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสาร เพื่อหลอกใช้น้องชายฉันหาทางหนีงั้นสิ? สันดานตระกูลขี้โกงมันแก้ไม่ได้จริงๆ!"

"ฉันเปล่านะ! ปล่อย!" มิราเค้นเสียงเถียง พยายามสะบัดแขนออกสุดแรง

"เงียบ!"

อาดิลกระชากร่างเธอเข้ามาปะทะร่างตัวเองจนแทบไม่เหลือช่องว่าง นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาของเธอก่อนจะตวาดลั่น

"จำไว้! ผู้หญิงโสโครกอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เอามือมาแตะต้องสายเลือดราชวงศ์ของฉัน! แล้วก็จำไว้ด้วย… หน้าที่เธอคือรับใช้ฉัน! ฉันคนเดียวเท่านั้น!"

สิ้นคำตวาดอันเกรี้ยวกราด อาดิลก็กระตุกแขนลากร่างบางที่เดินแทบไม่ไหวให้ถลาตามเขาออกไปจากงานเลี้ยงทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป